บทที่ 1 ปฐมบท
ว่ากันว่าการแต่งงานคือจุดเริ่มต้นของคนสองคนที่ตัดสินใจใช้ชีวิตคู่ร่วมกัน ส่วนการหย่าร้างนั้นคือปลายทางจุดสิ้นสุดของการใช้ชีวิตคู่ เมื่อมีการหย่าร่างก็หมายถึงคนสองคนได้ตัดสินใจยุติความสัมพันธ์และต่างคนต่างไปและต่างมีชีวิตของตัวเองทว่าการหย่าร้างอาจจะไม่ใช่จุดสิ้นสุดก็เป็นได้
“ทะ ท้อง เคทท้องเหรอคะพี่หมอ?” น้ำเสียงตื่นตะลึงนั้นถามมาขณะที่ใบหน้าของผู้ถามนั้นซีดเผือดไร้สีเลือดไปแล้ว “พี่หมอ” ของคนถูกถามพยักหน้าแทนการตอบรับก่อนจะยื่นมือไปกุมมือคนที่กำลังตกใจ
“ลูกน่ะเป็นของขวัญจากฟ้าที่ไม่ใช่ทุกคนหรอกนะจะมี หลายคนที่เขาอยากมีแต่ไม่มีน่ะเเยอะแยะไป เรามีแล้วน่ะต้องยินดีและก็ต้องดูแลเขาให้ดีเข้าใจมั้ย”
“คะ เคท เคทรู้ค่ะพี่หมอ แต่...” เสียงนั้นตอบกลับก่อนจะเงียบไปเพราะพูดไม่ออก สมองมันตื้อไปหมด เธอไม่รู้ว่าจะพูดยังไง
เธอไม่รู้จะบอกคนตรงหน้าว่ายังไง เธอท้อง...ท้องในขณะที่เพิ่งจะเซนต์ใบหย่ากับพ่อของลูกไปเมื่อเช้าวานนี้เอง
สถานะของเธอตอนนี้คือแม่ม่ายหมาด ๆ แล้วเธอจะมามีลูกตอนไม่มีสามีเนี่ยนะ!!!
เธอไม่ได้เสียใจที่เจ้าตัวเล็กมาแอบนอนขดอยู่ในท้องรอวนลืมตาดูโลก แต่เธอกำลังช็อค...ตอนที่พี่ป้าน้าอาปู่ย่าตายายอยากให้มาเกิดเจ้าตัวเล็กกลับไม่มีวี่แววจะมา แต่พอพ่อกับแม่ตัดสินใจจะหย่ากันเจ้าตัวเล็กกลับมาแสดงตัวทันที
‘หนูจะแสดงตัวก่อนแม่จะเซนต์ใบหย่าก็ไม่ได้นะลูก ทำไมต้องมาแสดงตัวตอนแม่หย่าแล้วแบบนี้...อีตาพ่อบ้าของหนูก็ไม่รู้ไปแรดที่ไหนแล้วเนี่ย’ คริษฐา มาการิต้า อัศรากุล หรือ เคท ลูกเสี้ยวสาวไทย-จีน-รัสเซียว่าที่คุณแม่หมาด ๆ เอ่ยออกมาแค่เพียงในใจพร้อมกับลูบหน้าท้องไปด้วย
พี่หมอของคริษฐาอย่างแพทย์หญิงรันจนาซึ่งเป็นว่าทั้งแฟนของพี่ชายและเพื่อนของอดีตสามีของหญิงสาวทราบดีถึงเรื่องราวของน้องสาวคนรัก เธอยื่นมือมาจับมือคนที่นอนให้น้ำเกลืออยู่บนเตียงเพราะหมดสติจนถูกพาตัวมาโรงพยาบาลขณะไปตามเจ้านายไปตรวจงานก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงปลอบประโลม “ใจเย็น ๆ นะพี่รู้ว่าน้องเคทกังวลอะไรแต่เชื่อพี่นะทุกปัญหามีทางออก โทรคุยกันแล้วก็ปรึกษากันดี ๆ สองหัวดีกว่าหัวเดียวนะ”
“แต่เขา...”
“น้องเคทเคยบอกพี่ว่าถ้าเป็นไปได้ก็อยากให้น้องคิลอยู่กับพ่อแม่แท้ ๆ มีครอบครัวที่ครบสมบูรณ์ ขนาดน้องคิลที่เป็นแค่หลานเรายังอยากให้อยู่กับพ่อแม่ทั้งที่เรารักและอยากจะดูแลน้องคิลต่อ แล้วเจ้าตัวเล็กนี่ล่ะ นี่ลูกแท้ ๆ เลยนะ จะใจดำให้เขาขาดพ่อได้ลงคอเหรอ"
"พี่หมอไม่ต้องมาเป่าหูเคทเลยนะ เคทไม่ได้้ใจร้าย เพื่อนพี่หมอต่างหากที่พูดไม่รู้เรื่องแล้วก็คิดอะไรแปลกๆ น่ะ" หญิงสาวเอ่ยในเชิงพาดพิงถึงใครคนนึงก่อนจะหวนคิดไปถึงจุดเริ่มต้นของการเป็นม่ายที่กำลังจะเป็นคุณแม่...จุดเริ่มต้นที่เธอจดจำได้แม่น
2 เดือนก่อน
“พี่จะพาน้องคิลกลับไปอยู่ด้วย” น้ำเสียงที่มุ่งมั่นและเด็ดเดี่ยวอย่างคนตัดสินใจมาแล้วของพันเอกคีรี อิชยกุล ผู้ช่วยทูตฝ่ายทหารบกประจำกรุงมอสโก ประเทศรัสเซียที่เอื้องเอ่ยออกมาพาให้หัวใจของหนุ่มสาวที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามรู้สึกไหววูบ
ใจหายวาบเมื่อคีรีบอกว่าจะพา “น้องคิล” หรือ เด็กชายคีรกูร อิชยกุล ลูกชายวัย6ขวบเศษของคีรีที่คนทั้งคู่เลี้ยงดูมาแต่อ้อนแต่ออกในฐานะลูกบุญธรรมไปอยู่ที่รัสเซียด้วยกัน...นั่นหมายความว่าจากนี้ไปเขาและเธอจะไม่ได้เจอเด็กน้อยในทุก ๆ เช้าและเย็นอีกต่อไปแล้ว
คริษฐาอ้าปากหมายจะคัดค้านแต่แล้วก็ต้องหุบปากฉับ...แม่บุญธรรมอย่างอย่างเธอไม่มีสิทธิ์มีเสียงมากพอจะไปคัดค้านพ่อแท้ ๆ ได้เลย...ไม่มีสิทธิ์จริง ๆ
แน่นอนว่าไม่ใช่แค่คริษฐาที่เป็นเช่นนั้น สามีของหญิงสาวอย่างร้อยตำรวจเอกคีรินทร์ อิชยกุล หรือ ผู้กองคีรินทร์ ผู้เป็นน้องชายแท้ ๆ ของคีรีเองก็ไม่ต่างกัน...เขาและเธอเป็นแค่พ่อแม่บุญธรรมเท่านั้นจะคัดค้านอะไรคีรีได้
“พี่รู้ว่าเคทกับคีย์รักน้องคิลเหมือนลูก แล้วก็เลี้ยงมาตลอด แต่ตอนนี้พี่กับมาช่าเข้าใจกันแล้ว บ้านมาช่าก็เห็นด้วยเรื่องของเราแล้ว น้องคิลควรได้อยู่กับพ่อแม่ พี่กับมาช่าอยากจะใช้เวลาทั้งหมดชดเชยให้ลูกที่หายไปถึง6ปี เข้าใจพี่ด้วย” คีรีเอ่ยเมื่อรับรู้ได้ถึงปฏิกิริยาของทั้งคู่ ชายหนุ่มเองก็ละอายใจไม่น้อยเลยที่พูดออกไป 6ปีก่อนเพราะเมริย่า หรือ มาช่า ภรรยาสาวชาวรัสเซียของเขาซึ่งเป็นลูกพี่ลูกน้องกับคริษฐาถูกผู้ไม่ประสงค์ดีหลอกให้เข้าใจเขาผิดจนฝากลูกชายที่เพิ่งคลอดได้เพียง3เดือนไว้กับคริษฐาที่เป็นญาติผู้น้องเพื่อไปเคลียร์ปัญหาและได้หายตัวไปเขาจึงตามไปทวงภรรยาคืนและยกหน้าที่ดูแลเด็กชายคีรกูรให้คริษฐาก่อนจะไร้การติดต่อไปอีกคนจนทำให้ครอบครัวที่รอโอกาสอยู่แล้วสบโอกาสคลุมถุงชนคริษฐาและคีรินทร์เพื่อรับเด็กชายคีรกูรเป็นลูกบุญธรรมและช่วยกันดูแล
6ปีทีเดียวที่ทั้งคู่ต้องทิ้งอะไรหลาย ๆ อย่างเพื่อเด็กชายคีรกูรแต่ตอนนี้เขากลับมาพูดทำร้ายจิตใจจะพรากเด็กชายคีรกูรไปจากพวกเขา ช่างน่าละอายจริง ๆ
